โฆษณา

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ถ้าเด็กท้องเสีย คุณแม่ควรทำอย่างไร

สำหรับการดูแลเด็กท้องเสียนั้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจถึงสาเหตุและอาการของโรคก่อน โดยทั้งนี้ โรคอุจจาระร่วงหรือท้องเสีย เป็นโรคที่พบได้บ่อย หากเด็กได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เหมาะสม หรือล่าช้า อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้เด็กเสียชีวิตได้ หรือเกิดปัญหาท้องเสียเรื้อรังได้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในภายหลัง

สาเหตุ
๑. การติดเชื้อในลำไส้ ที่พบได้บ่อยคือเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ทารกอายุต่ำกว่า ๖ เดือนมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella หรือ E.coli ส่วนทารกอายุมากกว่า ๖ เดือนจะพบเชื่อไวรัส และที่พบได้บ่อยคือโรต้าไวรัสซึ่งเป็นมากในฤดูหนาว
๒. แพ้นมวัวหรืออาหาร เช่น ไข่ขาว อาหารทะเล ทารกขวบปีแรกมักพบอาการแพ้นมวัว มีอาการท้องเสียนานกว่าปกติร่วมกับมีผื่นแดงขึ้นที่แก้ม เป็นๆหาย
๓. แพ้ยาปฏิชีวนะบางชนิด บางชนิด เช่น amoxicillin, erythromycin
๔. ความผิดปกติแต่กำเนิด ของระบบการย่อยและการดูดซึมอาหาร
อาการ
ถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ ๓ ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า ๑ ครั้งต่อวัน หรือถ่ายมีมูกเลือดปน ๑ ครั้งขึ้นไปเด็กที่มีอาการท้องเสียอาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีไข้ อาเจียน โดยเฉพาะโรต้าไวรัส จะมีอาการอาเจียนมาก

ภาวะแทรกซ้อน
๑. ภาวะขาดน้ำ จากการเสียน้ำและเกลือแร่ทางอุจจาระและอาเจียน ทารกจะเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย หากรุนแรงอาจทำให้ช็อก ไตวายและเสียชีวิตได้
๒. ภาวะขาดอาหาร หากท้องเสียนาน ๑-๒ สัปดาห์ ทำให้ขาดอาหาร และส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองได้
๓. การติดเชื้อลุกลาม เชื้อโรคในลำไส้บางชนิดลุกลามเข้ากระแสเลือดได้ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตราย หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้
ลักษณะของอาการขาดน้ำ
๑. ขาดน้ำเล็กน้อย ปากแห้ง กระหายน้ำ
๒. ขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง ปากแห้งมาก กระหายน้ำมาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ตาโหล กระหม่อมบุ๋ม ซึม กระสับกระส่าย ปัสสาวะน้อยลงและสีเข้ม อ่อนเพลียมาก ถ้ามือเท้าเริ่มเย็น ซีด แสดงว่าเริ่มมีอาการช็อก
การดุแล
การป้องกันภาวะขาดน้ำ ให้กินสารละลายน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอส ชดเชยในปริมาณ ๒-๓ ออนซ์ต่อการถ่ายเหลว ๑ ครั้ง
การรักษาและแก้ไขภาวะขาดน้ำ โดยได้รับคำแนะนำจากแพทย์ คือ ให้กินสารละลายน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสให้ได้มาก๔-๖ชั่วโมงแรก อาจใช้ช้อนตักป้อนเพื่อให้ค่อยๆดูดซึม
การรักษาภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง แพทย์จะให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ
การผสมน้ำตาลเกลือแร่
น้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสเป็นผงบรรจุในซอง หนึ่งซองผสมน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 240 ซีซี มีชนิดรสผลไม้รวม หากเด็กไม่ยอมรับประทานอาจเปลี่ยนเป็นน้ำข้าวหรือน้ำต้มซุบใส่เกลือแทนก็ได้
การให้อาหาร
ที่เหมาะสม มีส่วนช่วยให้หายเร็วขึ้นและป้องกันการขาดอาหารด้วย ดังนั้นควรเลือกอาหารที่เหมาะสม ให้รับประทานครั้งละน้อยๆและให้บ่อยๆ เพื่อให้ลำไส้ค่อยๆย่อยและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงร่างกาย หากให้อาหารเร็ว ลำไส้ย่อยและดูดซึมไม่ได้ก็จะมีอาการท้องเสียตามมาอีก
เมื่อมีอาการท้องเสียให้ดื่มน้ำตาลเกลือแร่ภายใน 4-6 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นจึงให้นม เด็กที่กินนมแม่ก็ให้กินนมแม่ต่อไป เด็กที่กินนมผสมให้ชงนมเหมือนเดิม ให้ปริมาณน้อยลงแต่บ่อยขึ้น เพื่อให้ได้รับสารอาหารในแต่ละวันอย่างพอเพียง อาหารเสริม ควรให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก งดอาหารย่อยยากโดยเฉพาะอาหารไขมันสูง งดน้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก
การป้องกัน
๑. ทารกควรได้กินนมแม่ให้นานที่สุด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก เพราะนมแม่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีภูมิคุ้มกันซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อในลำไส้ได้ดี อีกทั้งสะอาด ประหยัดและปลอดภัย
๒. การเตรียมนมผสม ต้องล้างขวดนมให้สะอาดและต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที หรือใช้เครื่องนึ่งขวดนม นมที่ชงแล้วเด็กกินไม่หมด ไม่ควรเก็บไว้ให้เด็กกินต่อในมื้อต่อไป นมอาจบูดทำให้เด็กท้องเสียได้
๓. การเตรียมอาหารเสริมให้เด็ก ต้องดูแลความสะอาดของภาชนะ ผลไม้ต้องล้างน้ำหลายๆครั้งจนแน่ใจว่าสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสารเคมีตกค้าง
๔. ให้เด็กรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
๕. ผู้ดูแลเด็กควรมีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี

ที่มา ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก lovelykidsthai.com

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การว่ายน้ำ

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย ลดการปวดข้อจากการออกกำลังกาย ป้องกันโรคหัวใจ โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง








การว่ายน้ำ

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย การออกกำลังโดยการว่ายน้ำจะลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคซึมเศร้า นอกจากนั้นยังทำให้คุมน้ำหนักได้ดีขึ้น

สำหรับท่านที่ว่ายน้ำไม่เป็น หรือคุณผู้หญิงที่ยังว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่เป็นปัญหา เพระตามสระว่ายน้ำต่างๆก้มีบริการสอนการว่ายน้ำ และก็มีสระสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ







การเตรียมตัวสำหรับการว่ายน้ำ
  • สำหรับผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นปัจจุบันก็มีสระที่สอนว่ายน้ำ หากไม่แน่ใจว่าจะชอบ หรือไม่ก็ไปชมหรือคุยกับคนที่ว่ายน้ำเป็นประจำ
  • การเลือกชุดว่ายน้ำเลือกชุดที่ใส่สบาย ปัจจุบันสระว่ายน้ำก้ไม่เข้มงวดเรื่องการใส่ชุดว่ายน้ำ
  • เลือกแว่นกันน้ำสำหรับกันคลอรีนเข้าตา
  • การไปสระว่ายน้ำสามารถไปว่ายก่อนหรืองานเลิก
  • สร้างสุขนิสัยการออกกำลังของครอบครัวโดยชวนสมากชิกของครอบครัวไปว่ายน้ำพร้อมกัน
  • ชวนเพื่อนไปว่ายด้วยกันเพื่อจะได้ไม่เหงา

พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กก ออกกำลังกายนาน 30 นาที่
  • การวิ่งด้วยความเร็ว (6mph): 300 calories
  • การเล่น tenis gfujp; (singles): 240 calories
  • การว่ายน้ำ (slow crawl): 240 calories
  • การขี่จักรยาน (12-14mph): 240 calories
  • การเต้น aerobic 195 calories
คำแนะนำว่าควรจะออกกำลังกายนานแค่ไหน
  • เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีควรจะออกกำลัง 180 นาทีทุกวัน ในสระเด็ก น่ะจ๊ะ
  • เด็กอายุ 5-18 ปีควรจะออกกำลัง 60 นาทีทุกวัน
  • 8oอายุ 19-64 ปีควรจะออก 150 นาต่อสัปดาห์
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ควรจะออกกำลัง 150 นาทีต่อสัปดาห์



siamhealth.net


แม่ใจสลาย พาลูกไปเรียนว่ายน้ำ จมสระดับทั้ง 2 คน


               จากเหตุการณ์อันเศร้าสลดของคุณแม่วิภาพร แสวงจรรยาสันติ ที่พาลูกสาวทั้งสองคนคือ น้องจีน สุภาพร อายุ 9 ขวบ และน้องญี่ปุ่น สุชาดา อายุ 7 ขวบ ไปเรียนว่ายน้ำในสระน้ำย่านวังหิน เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อขณะที่คุณแม่เดินไปเข้าห้องน้ำเพียง 5 นาที กลับมาก็ไม่พบลูกสาวทั้งสองคนแล้ว และออกตามหาจนพบว่าลูกสาวทั้งสองคนจมน้ำอยู่ในสระลึก ด้านครูฝึกและพลเมืองดีก็ช่วยพาน้องทั้งสองคนไปส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของน้องทั้งสองคนไว้ได้... และในช่วงเย็นของวานนี้ (1 ตุลาคม) ทางรายการเจาะข่าวเด่น ได้สัมภาษณ์คุณแม่และคุณย่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

             โดยคุณแม่เล่าว่า บ้านพักของครอบครัวตนอยู่ย่านดินแดง แต่ที่เลือกให้ลูกเรียนสระว่ายน้ำที่นี่นั้นเพราะว่าเป็นสระน้ำเกลือ และมีครูฝึกสอนแบบคนต่อคน ในวันนั้นลูกสาวของตนเรียนว่ายน้ำเลิกเวลาสี่โมงเย็น และได้ขออนุญาตตนเล่นน้ำต่อที่สระเด็ก โดยบอกว่า "แม่จ๋าหนูขอเล่นน้ำต่อหน่อยนะ วันนี้ฝนไม่ตก" ซึ่งตนก็นั่งรออยู่ตรงนั้น และอนุญาตให้เล่นได้ แต่แค่แป๊ปเดียวเท่านั้น เพราะจะพาไปกินข้าวกันต่อ
             ทั้งนี้ คุณแม่ได้อธิบายถึงลักษณะของสระว่ายน้ำให้ฟังว่า สระว่ายน้ำเป็นสระน้ำขนาดมาตรฐาน ยาว 25 เมตร และกว้าง 12 เมตร ฝั่งขวาของสระจะลึก 90 เซนติเมตร และฝั่งซ้ายของสระเด็กจะลึก 1.10 เมตร และค่อย ๆ ลาดลงถึงจุดที่ลึกที่สุดของสระคือตรงกลาง ลึก 1.80 เมตร ส่วนสระที่ลูกของตนเล่นนั้นเป็นสระเด็กที่ยื่นออกมาลึกเพียง 60 เซนติเมตรเท่านั้น โดยสระเด็กดังกล่าว อยู่เยื้องกับสระน้ำใหญ่บริเวณจุดที่ลึกที่สุด และมีลูกคลื่นกระเบื้องเป็นตัวกั้นอยู่


             เมื่อถามว่าช่วงจังหวะที่ลูกสาวทั้งสองคนจมน้ำ คุณแม่ทำอะไรอยู่นั้น นางวิภาพร กล่าวว่า ตนปล่อยให้ลูกเล่นไปได้สัก 15 นาที ซึ่งเขาก็ลื่นลงสไลด์เดอร์กันอย่างสนุกสนาน และบริเวณรอบ ๆ สระก็มีครูฝึก และเด็กนักเรียนจำนวนประมาณ 20-30 คน กำลังทำเรียนว่ายน้ำอยู่ ส่วนตนก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ห่างจากสระเพียงนิดเดียวเท่านั้น และเมื่อตนออกมาก็ไม่เห็นลูกสาวทั้งสองคนแล้ว จึงคิดว่าลูกคงขึ้นจากสระไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำ ตนจึงเข้าไปตามหาลูก แต่หายังไงก็หาไม่พบ จนครูฝึกของลูกสาวตนตะโกนขึ้นมาว่า ลูกเรียนเสร็จแล้ว และครูก็ได้ส่งขึ้นฝั่งแล้ว ตนจึงตอบไปว่า ตนอนุญาตให้ลูกเล่นน้ำในสระเล็ก แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้... จากนั้นตนก็เดินเข้าไปหาที่ห้องน้ำอีกครั้ง เพราะคิดว่าลูกอาบน้ำเสียงน้ำอาจจะกลบเสียงจนไม่ได้ยิน พอไปถึงตนก็ทั้งตะโกน และเคาะประตู แต่ก็ไม่มีใครตอบรับกลับมา

            คุณแม่กล่าวต่อว่า คราวนี้ตนเริ่มใจเสีย และมั่นใจเลยว่าลูกของตนต้องอยู่ที่สระว่ายน้ำแน่นอน และเมื่อเดินออกมาครูฝึกที่สอนลูกสาวคนโต และคนที่มาว่ายน้ำ ก็อุ้มลูกสาวของตนขึ้นมาพร้อมกัน จากบริเวณจุดที่ลึกที่สุดของสระ โดยลูกสาวของตนมือตกห้อยร่องแร่งทั้งสองคน จากนั้นครูฝึกและพลเมืองดีก็พยายามผายปอด ทั้งปั๊มหน้าอก และประกบปากเป่าลม ซึ่งลูกตนก็สำลักออกมา มีเศษอาหารและน้ำพุ่งออกมาด้วย ตอนนั้นตนก็ใจชื้นแล้ว เพราะอย่างน้อยลูกก็สำลัก คงไม่เป็นอะไรมาก แต่พลเมืองดีเห็นท่าไม่ดี เพราะลูกตนแค่สำลักแต่ไม่มีอาการอะไรตอบสนองอีก จึงตะโกนบอกให้ใครก็ได้เรียกรถพยาบาล สักพักเขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะไม่ทันเลยอุ้มน้องทั้งสองคนไปที่รถของผู้ปกครองที่มีรถ แต่รถจอดอยู่ด้านในสุดมีรถขวางอีก จนครูฝึกและพลเมืองดีวิ่งไปที่ถนนจะเรียกรถแท็กซี่ แต่รถติดมาก ๆ เขาก็เลยข้ามฝั่งไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ และพาลูกของตนไปโรงพยาบาลสยามเปาโลทันที ส่วนตนก็เบาใจเพราะคิดว่าลูกตนถึงมือหมอ คงไม่เป็นอะไรแล้ว และได้นั่งรถของผู้ปกครองท่านอื่นตามไป
           
           เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณแม่เล่าด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า เห็นหมอหลายคนกำลังล้อมเตียงช่วยน้องอยู่ สักพักผ่านไปประมาณ 10 นาที หมอก็เรียกตนเข้าไปคุยบอกว่าตอนที่น้องทั้งสองคนมาโรงพยาบาลก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว ตอนนี้ฉีดยากระตุ้นทุก 3 นาที หัวใจน้องก็ยังไม่มา เลยจับชีพจรไม่ได้ และไม่รู้ว่าอาการเป็นอย่างไร แต่ก็จะช่วยปั๊มหัวใจให้ ซึ่งตนคิดว่ายังไงลูกของตนต้องฟื้นแน่นอน เพราะที่สระน้ำตนเห็นลูกตนสำลักออกมา และช่วงเวลาที่ลูกตนจมน้ำคงไม่เกิน 5 นาที คิดว่าน่าจะสลบไปเท่านั้น แต่พอหมอพูดแบบนั้นตนก็ช็อก ทำใจไม่ได้ และอ้อนวอนหมอให้ช่วยลูกของตน จากนั้นผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง คุณหมอก็บอกว่า ปกติคนไข้คนอื่นถ้าปั๊มหัวใจแค่ครึ่งชั่วโมงก็ฟื้นแล้ว แต่นี่ปั๊มเป็นชั่วโมงยังไม่ฟื้นเลย ตนก็อ้อนวอนอีกบอกให้หมอปั๊มอีกรอบได้ไหม แต่คุณหมอบอกว่าสายไปแล้ว น้องไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นลูกของตนอยู่คนละห้อง ตนก็ไม่รู้จะเดินไปหาใครก่อน แต่ในใจตนคิดว่าลูกสาวคนเล็กน่าจะฟื้น เพราะว่าน้องญี่ปุ่นเป็นคนขี้กลัว ไม่น่าจะจมน้ำนานกว่าพี่ ตนจึงเข้าไปกอดน้องญี่ปุ่น และบอกว่ากลับมาได้ไหม กลับมาสักคนก็ยังดี อย่าไปพร้อมกันแบบนี้ ตนไม่เหลืออะไรแล้ว พอคุณหมอนำน้องทั้งสองคนมานอนข้างกัน ตนจับตัวน้องจีนก็รู้เลยว่าลูกคงไปแล้ว เพราะตัวเริ่มเย็น แต่พอจับน้องญี่ปุ่นตัวน้องยังอุ่น ๆ อยู่ เลยขอให้หมอช่วยปั๊มให้อีก เผื่อจะมีปาฏิหาริย์...

               แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อคุณหมอยืนยันว่าน้องทั้งสองคนเสียชีวิตแล้ว ตนไม่รู้จะทำอย่างไร ตนสร้างทุกสิ่งทุกอย่างมาก็เพื่อลูก ตนดั้นด้นนั่งรถแท็กซี่มาเรียนตั้งไกล ก็เพื่อให้ลูกตนได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด อยากให้เรียนกับครูตัวต่อตัวในสระน้ำเกลือลูกตนจะได้ไม่ระคายผิว และที่ให้เรียนว่ายน้ำนั้นก็เพื่ออยากให้ลูกป้องกันตัวเอง  เวลาโตขึ้นไปเที่ยวที่ไหนจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ลำบาก แต่กลับกลายเป็นว่า... ตนส่งลูกมาตาย ตนพาลูกมาว่ายน้ำแล้วไม่ได้พากลับบ้าน ตนจะบอกแฟนของตน และบอกญาติ ๆ อย่างไร

             คุณวิภาพร กล่าวต่อว่า ถึงตอนนี้ลูกของตนก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว คงจะเรียกร้องอะไรไม่ได้ แต่ก็อยากรู้ข้อเท็จจริงว่าลูกตนเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะในสระน้ำมีคนเล่นน้ำอยู่เยอะแยะ แล้วทำไมไม่มีใครเห็นลูกของตนขณะจมน้ำ ทั้ง ๆ ที่ลูกของตนใส่ชุดว่ายน้ำสีส้มสะท้อนแสง แถมน้ำก็ใสมาก ๆ อีกด้วย และตนเชื่อว่าคนจมน้ำมันจะมีเฮือกสุดท้าย ก่อนที่จะหมดสติไป แต่ทำไมไม่มีใครเห็นเลย ทั้งนี้ตนอยากจะขอดูกล้องวงจรปิด เพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

            ขณะที่ สุรพล อ่อนอุระ ผู้ดูแลสระว่ายน้ำ กล่าวว่า จากการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ช่วงขณะนั้นเลย ส่วนเรื่องวงจรปิดจะประสานไปยังเจ้าของสระ ซึ่งตอนนี้อยู่ต่างประเทศ กำลังจะกลับมาเพราะไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้ทางเราไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ยืนยันว่าติดตั้งเอาไว้จริง เพียงแค่ไม่สามารถเปิดดูได้ เพราะบันทึกภาพเก็บไว้อีกที่หนึ่ง ซึ่งต้องรอให้เจ้าของสระกลับมาก่อน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องการภาพจากกล้องวงจรปิดเช่นกัน              อย่างไรก็ดี กระปุกดอทคอมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว "แสวงจรรยาสันติ" ด้วยนะคะ ที่ต้องเสียลูกสาวไปพร้อม ๆ กันทั้งสองคน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของทั้งคู่นั้น แพทย์ระบุว่า เกิดจากระบบหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งคุณแม่วิภาพรจะนำศพลูกไปบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 1 วัดพรหมวงศาราม (วัดหลวงพ่อเณร) ซอยเพิ่มสิน ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง เป็นเวลา 3 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในช่วงเย็นวันที่ 3 ตุลาคมนี้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวกระปุกดอทคอม   และเจาะข่าวเด่นทาง ช่อง 3

วิธีสอนลูกว่ายน้ำ

การสอนลูกว่ายน้ำในสระน้ำเป็นเรื่องสนุกที่เพลิดเพลินกันได้ทั้งตัวเด็กเองและผู้สอน แต่เด็กแต่ละคนก็มีลักษณะท่าทางแตกต่างกันไป ดังนั้นกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการใช้สอนลูกว่ายน้ำจึงมีประโยชน์มาก ลองเรียนรู้วิธีสอนลูกว่ายน้ำกันดูนะคะ 




การวอร์มร่างกายในน้ำ
เมื่อลูกของคุณได้วอร์มร่างกายในสระน้ำเป็นครั้งแรก เขาอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายจากการที่ต้องขยับตัวเองตลอดเวลา ลองสอนให้เขาขยับขาและแขนให้ช้าลง ให้ลูกได้ลองเพิ่มและลดความเร็วในการขยับด้วยตัวของเขาเอง เมื่อเขาเริ่มขยับขาและแขนได้สบายขึ้น ลองให้เขาตีขาเร็ว ๆ ใต้น้ำ ให้ขยับสะโพกและขาตั้งแต่ช่วงเข่าลงไปเป็นรูปวงกลมไปด้วย ลองบอกให้ลูกใช้นิ้วโป้งเท้าวาดรูปวงกลมใต้น้ำดูสิ ให้ลองทำกับขาทีละข้างสลับกัน จากนั้นก็ให้ทำพร้อมกันทั้งสองขา วิธีนี้จะทำให้เขาได้วอร์มร่างกายในน้ำโดยไม่ต้องใช้มือเลย หรืออาจจะลองให้ลูกของคุณทำมือเป็นรูปเลข 8 ในน้ำด้วยก็ได้นะคะ
สอนท่าหมาว่ายน้ำท่าหมาว่ายน้ำเป็นท่าที่เด็ก ๆ จะว่ายได้เองโดยอัตโนมัติ ลองให้เขาเหยียดขา ตีขาใต้น้ำ ยืดแขนแล้ววักแขนใต้น้ำเพื่อพยุงตัวให้ลอยบนน้ำ ลูกของคุณจะทำท่านี้ได้ง่าย ๆ คุณอาจจะช่วยพยุงเอวเขา หรือให้เขาใส่ปลอกแขนลอยน้ำไปด้วยก็ได้



สอนให้หงายหลังลอยในน้ำ
เด็ก ๆ มักจะพยายามยกหัวให้ลอยเหนือน้ำ แล้วเอวจมลงใต้น้ำ ซึ่งจะทำให้เขาจมน้ำ ลองให้เขาฝึกหงายหัว เชิดคางขึ้น แล้วปล่อยขาและแขนให้เป็นอิสระบนพื้นก่อนนำเขาลงสระน้ำดูนะคะ

ลงใต้น้ำ
การทำให้เขารู้สึกสบายเมื่ออยู่ในสระเด็กเป็นพื้นฐานแรกในการสอนให้ลูกวัยเตาะแตะว่ายน้ำ พวกเขาจะสามารถจุ่มหน้าลงในน้ำได้โดยไม่รู้สึกกลัว และเมื่อเขารู้สึกสบายมากขึ้น พวกเขาจะสามารถจุ่มทั้งศีรษะลงในน้ำได้เลย ลองให้ลูกคุณจุ่มศีรษะลงในน้ำโดยนับหนึ่งถึงสามดู ตะโกนดัง ๆ บอกให้เขากลั้นหายใจให้ได้ถึงสามวินาที พยายามกระตุ้นให้เขาลองทำให้สำเร็จ และเอ่ยปากชมเมื่อเขาทำได้ คุณสามารถฝึกให้เขากลั้นหายใจใต้น้ำได้โดยให้เขาเกาะขอบสระเอาไว้ เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย



เขียนโดย theAsianparent

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การดูแลรักษาเสื้อผ้าเด็กอ่อน

การดูแลรักษาเสื้อผ้าเด็กอ่อน
ปกป้องรักษาอาการแพ้เสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยการคัดเสื้อผ้าที่เหมาะสม

           เสื้อผ้าเด็ก เด็กทารก มักมีปัญหาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งโดยมากมาจากผง หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่สะอาด หรือมีสารเคมีแอบแฝงอยู่ โดยสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเสื้อผ้าของลูกนี่เองค่ะ          

       เลือกคัดซื้อ เสื้อผ้าเด็ก จากเส้นใยธรรมชาติ โดยอย่างยิ่งผ้าฝ้ายจากเส้นใยธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ไม่มีการย้อมด้วยสารเคมี น้ำหอม หรือสาร formaldehyde resins อีกทั้งเนื้อผ้าเองก็มีความโปร่งสบายสามารถระบายอากาศได้ง่าย แม้ว่าจะมีมูลค่าแพงอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า          
         เนื่องด้วยผ้าฝ้ายจากเส้นใยธรรมชาติเหล่านี้มีความทนต่อการซักรีดสูง นอกจากจะใช้งานได้นานแล้วเจ้าตัวเล็กก็จะได้ไม่ต้องทรมานจากอาการระคายเคือง และตุ่มเล็กๆคัน        
        ซัก เสื้อผ้าเด็ก ให้ถูกวิถีทาง เนื่องด้วยว่าความสะอาดของ เสื้อผ้าเด็ก เป็นปัจจัยสำคัญ หากคุณพ่อคุณแม่ดูแลไม่ทั่วถึงก็อาจมีผลให้ลูกเกิดอาการแพ้เสื้อผ้าได้

ฉะนั้นหลังซื้อเสื้อผ้ามาแล้ว ควรซักก่อนให้ลูกใส่ค่ะ เนื่องด้วยแม้จะเป็นเสื้อผ้าเด็กชุดใหม่ แต่ก็อาจมีเศษฝุ่นหรือสารตกค้างที่มาจากกรรมวิธีการผลิต รวมถึงการสัมผัสระหว่างการผลิตก่อนหน้านี้ด้วย          
          ในการซักเสื้อผ้าเด็ก ไม่ควรใช้ผงซักฟอก เนื่องด้วยระดับความร้ายแรงของสารซักล้างของผู้ใหญ่อาจไม่เหมาะสมกับสภาพผิว ของลูก จึงควรเลือกคัดผลิตภัณฑ์สำหรับลูกโดยเฉพาะ เมื่อใดก็ตามที่เด็ก ๆ มีอาการคันเนื่องแต่การแพ้เสื้อผ้า เราไม่สามารถสั่งหรือดูแลไม่ให้เขาเกาตุ่มหรือเกาตรงบริเวณที่คันได้ ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อที่ผิวหนังในเวลาต่อมา ฉะนั้นป้องกันก่อนที่จะสายย่อมดีกว่าแน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทำไมถึงแท้งลูก

ว่าที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของเด็กทารกในครรภ์รวมถึงกลัวว่าจะเกิดการแท้ง ซึ่งบ่อยครั้งการกังวลในเรื่องเหล่านี้จะทำให้เกิดความเครียดโดยไม่จำเป็น ซึ่งอัตราการแท้งลูกจะพบเพียงร้อยละ 10 ของการตั้งครรภ์เท่านั้น ซึ่งสาเหตุของการแท้งนั้นมีมากมาย แต่ทั้งหมดนั้นเราสามารถควบคุมและป้องกันการแท้งได้ค่ะ


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแท้งลูกได้แก่
เคยมีประวัติการใส่ห่วงอนามัยที่มีภาวะแทรกซ้อน
เคยแท้งลูกมาแล้วหลายครั้ง
มีความผิดหวัง เศร้าโศก อย่างรุนแรงจากปัญหาการงาน หรือชีวิตส่วนตัว
ได้รับอุบัติเหตุโดยตรงและได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง
ทำงานหนัก การยกของหนัก หรือการเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงมาก รวมถึงการอุ้มเด็กก็อาจจะส่งผลได้เช่นกัน
มีเพศสัมพันธ์ในช่วงตั้งครรภ์ และคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มีประวัติเคยแท้งบ่อย
อาการที่บ่งบอกว่าเกิดภาวะการแท้งลูก
มีอาการปวดท้องน้อย มีเลือดสดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าเลือดจะออกมาหรือน้อยเพียงใดก้ตาม ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หรือปวดติดต่อกันหลาวัน
มีเลือดออกทางช่องคลอดเหมือนมีประจำเดือน หรือมีเลือดออกเล็กน้อยติดต่อกันนานเกิน 3 วัน
มีสิ่งขับออกทางช่องคลอดเป็นก้อนเลือด หรือชิ้นเนื้อสีชมพู แสดงว่าเริ่มมีอาการแท้งลูก ควรเก็บชิ้นส่วนนั้นแล้วรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะบางครั้งชิ้นส่วนนั้นอาจเป็นตัวอ่อนที่ถูกขับออกมาก็ได้
การดูแลและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการแท้งลูก
หากมีประวัติหรือมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการแท้งลูก ควรบอกกับคุณหมอตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ เพื่อให้คุณหมอช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
พยายามอย่าเครียด หรือหาวิธีคลายเครียดอย่างเหมาะสม อาจจะใช้การฟังเพลง, การนวดเพื่อผ่อนคลาย รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
หากต้องเจอกับปัญหาต่างๆ ทั้งจากที่ทำงาน หรือจากที่บ้าน ควรที่จะหาเวลาพักผ่อน หรือผ่อนคลายให้มาก โดยอาจจะพักการคิดถึงปัญหาเหล่านั้นก่อน หลังจากหายเครียดแล้วค่อยมาจัดการกับปัญหาใหม่ หรืออาจจะใช้การปรึกษากับคนใกล้ชิด เพื่อขอคำแนะนำหรือคอยช่วยแก้ปัญหาก็ได้
กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน เพื่อให้มีพละกำลังและได้รับสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของทารก
หลบปัญหาเป็นครั้งคราว อย่าจมปลักอยู่กับปัญหา อาจมีการระบายความเครียดด้วยการพูดคุยกับเพื่อนหรือสามีถึงปัญหาต่างๆ ก็จะช่วยให้ระบายและลดความเครียด รวมถึงอาจจะช่วยกันแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย
ไม่ควรอุ้มเด็กขณะตั้งครรภ์ เพราะนอกจากเป็นอันตายต่อเด็กในครรภ์แล้ว ยังมีผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ด้วย
ไปตามตารางนัดของคุณหมออย่างเคร่งครัด

อยากตั้งครรภ์แล้วแต่กินยาคุมกำเนิดมานานต้องเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับผู้ที่เคยกินยาคุมกำเนิดมานาน เมื่อถึงเวลาที่พร้อมที่จะตั้งครรภ์นั้น หลายคนอาจจะส่งสัยว่า หลังจากหยุดกินยาคุมแล้ว สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ได้เลยหรือไม่ แล้วกินยาคุมมานานจะมีผลอะไรกับการตั้งครรภ์ไหม หรือกินยาคุมมานานจะมีผลต่อทารกในครรภ์หรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบค่ะ


ปล่อยให้ตั้งครรภ์หลังจากหยุดกินยาคุมกำเนิดได้หรือไม่
หลังจากที่คุณหยุดกินยาคุมกำเนิดแล้วยังไม่แนะนำให้ปล่อยให้ตั้งครรภ์ทันที ควรจะปล่อยให้ผ่านไปสัก 3 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ระหว่าง 3 เดือนนี้ก็ควรจะคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นๆ แทน ซึ่งในช่วง 1-2 เดือนแรก คุณอาจจะไม่มีประจำเดือนก็ไม่ต้องตกใจนะค่ะเพราะคุณไม่ได้ตั้งครรภ์หรอกค่ะ เพียงแต่หลังจากหยุดกินยาคุมกำเนิดแล้ว ประจำเดือนอาจจะมาล่าช้ากว่าเดิม เมื่อประจำเดือนเริ่มมาเป็นปกติ (ประจำเดือนเริ่มมาเป็นปกติ 3 เดือนขึ้นไป) ค่อยปล่อยให้ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติค่ะ ระหว่างนี้ก็คงต้องให้ว่าที่คุณพ่อมือใหม่คุมกำเนิดตัวเองไปก่อน (แนะนำว่าให้ใช้ถุงยางอนามัยไปก่อนช่วงนี้)

กินยาคุมกำเนิดมานานๆ จะตั้งครรภ์ยากจริงไหม
ถ้าเป็นการกินยาคุมกำเนิดสมัยก่อน หากกินนานๆ จะมีผลทำให้ผนังมดลูกบาง ทำให้การตั้งครรภ์ (การฝังตัวอ่อน) เป็นไปได้ยาก อันนี้จริงค่ะ แต่ถ้าเป็นยาคุมกำเนิดสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ปัญหาแบบนี้ไม่เป็นแล้วค่ะ แต่หากคุณใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย อันนี้มีผลต่อการตั้งครรภ์จริงค่ะ ดังนั้นหากคุณกินยาคุมกำเนิดแบบธรรมดา (21 หรือ 28 เม็ด) มานาน ก็ไม่ต้องกังวลไปนะค่ะว่าจะตั้งครรภ์ยาก

กินยาคุมกำเนิดมานานๆ จะมีผลต่อทารกในครรภ์ไหม
อันนี้เป็นอีกคำถามที่อยู่ในหัวของว่าที่คุณแม่มือใหม่ทุกคน และคงจะกังวลมากๆ เวลาที่จะเริ่มปล่อยให้ตั้งครรภ์ ความจริงแล้วการกินยาคุมกำเนิดนั้น หากเราหยุดกิน (หลังจากกินหมดแผงอย่างถูกต้อง) แล้วปล่อยระยะไว้ 3 เดือนขึ้นไป รอให้ประจำเดือนมาปรกติตามรอบเดือน แค่นี้ร่างกายของคุณก็พร้อมที่จะตั้งครรภ์แล้วค่ะ

ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อพร้อมจะตั้งครรภ์
อย่างที่บอกไปค่ะ หลังจากหยุดกินยาคุมแล้ว เมื่อพร้อมจะตั้งครรภ์ ให้ปล่อยให้ประจำเดือนมาก่อนสัก 3 เดือน จากนั้นค่อยให้ตั้งครรภ์ ส่วนเรื่องการเตรียมตัวก็เหมือนคนทั่วๆ ไปค่ะ คือ การออกกำลังกายให้พอเหมาะ นอนหลับพักผ่อนให้มาก กินอาหารให้ครบ ดื่มน้ำให้มาก และอย่าเครียด ที่เหลือก็อาจจะใช้เครื่องมือเข้าช่วย เช่น ชุดทดสอบวันตกไข่ (ทดสอบจากน้ำปัสสาวะ) หรือถ้าไม่อยากกังวลหรือเครียดขนาดนั้น ก็บอกว่าที่คุณพ่อให้ส่งการบ้านบ่อยๆ ก็ได้นะค่ะ

สรุปแล้ว ความเชื่อที่ว่ากินยาคุมกำเนิดมานานๆ จะตั้งครรภ์ยากนั้น ไม่ถูกต้องทีเดียวค่ะ ถ้าคุณกินยาคุมกำเนิดแบบปกติ ก็แค่หยุดรอให้ประจำเดือนมา 3 เดือนขึ้นไปแล้วค่อยปล่อยตามธรรมชาติ ส่วนความเชื่อที่ว่ากินยาคุมกำเนิดมานานๆ แล้วทารกในครรภ์จะพิการ สมองไม่ดี ฯลฯ อันนี้ก็ไม่เป็นความจริง ดังนั้นสบายใจได้ค่ะ